ประกาศบิ๊กดีลธุรกิจปิโตรเคมี "GC-SCGC" เดินหน้าร่วมทุน - GC จ่อถือหุ้นใหญ่
ประกาศบิ๊กดีลธุรกิจปิโตรเคมี "GC-SCGC" เดินหน้าร่วมทุน - GC จ่อถือหุ้นใหญ่ คาดได้ข้อสรีปภายในตุลาคม 2569
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยความคืบหน้าการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการความร่วมมือทางธุรกิจในสายธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย ระหว่าง บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC
โดยก่อนหน้านี้ SCGC และ PTTGC ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ เพื่อร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจดังกล่าว
โดยล่าสุด SCC ระบุว่า การหารือระหว่างทั้งสองบริษัทมีความคืบหน้าเป็นอย่างดี และขณะนี้ได้เข้าสู่ขั้นตอน การตรวจสอบสถานะกิจการเพื่อยืนยันข้อมูล (Confirmatory Due Diligence) พร้อมอยู่ระหว่างการตกลงเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรม
สำหรับขอบเขตของโครงการร่วมทุน ครอบคลุมสินทรัพย์ในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ของ SCGC ในประเทศไทย ทั้งโรงงานผลิตโอเลฟินส์ (Crackers) โรงงานผลิตพอลิเอทิลีน (PE) โรงงานผลิตพอลิโพรพิลีน (PP) รวมถึงเงินลงทุนในบริษัทร่วมทุนของ SCGC ได้แก่ บริษัท สยามโพลิเอททีลีน จำกัด บริษัท สยามเลเทกซ์สังเคราะห์ จำกัด บริษัท ไทย เอ็มเอ็มเอ จำกัด และบริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด
ขณะเดียวกัน ในส่วนของ PTTGC จะครอบคลุมสินทรัพย์ในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงโรงงานผลิตโอเลฟินส์ โรงงานผลิตพอลิเอทิลีน (PE) และเงินลงทุนในบริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด
SCC ระบุว่า โครงการร่วมทุนมีเป้าหมายเพื่อ สร้างผู้นำในธุรกิจปิโตรเคมีในภูมิภาค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในประเทศ ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน อาศัยขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการวัตถุดิบ รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจปลายน้ำ โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและมีความหลากหลายมากขึ้น
ทั้งสองบริษัทคาดว่าประโยชน์ร่วมที่สำคัญจะมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกด้าน โดยภายใต้กรอบธุรกรรมที่กำลังพิจารณาอยู่ในปัจจุบัน PTTGC คาดว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโครงการร่วมทุน ขณะที่ SCGC คาดว่าจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ
สำหรับขั้นตอนต่อไป ทั้งสองบริษัทคาดว่าจะสามารถสรุปสาระสำคัญของธุรกรรม ซึ่งรวมถึง โครงสร้างการถือหุ้น ขั้นตอนการทำธุรกรรม และมูลค่าประโยชน์ร่วมที่ประเมินได้ ภายในเดือนตุลาคม 2569 จากนั้นจะยื่นคำขออนุญาตที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.)
อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการร่วมทุนยังต้องขึ้นอยู่กับการอนุมัติภายในของทั้งสองบริษัท การได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นในบริษัทร่วมทุนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
ทั้ง SCGC และ PTTGC ยังคงเดินหน้าตรวจสอบสถานะกิจการเพื่อยืนยันข้อมูล และจัดทำเอกสารสัญญาที่เกี่ยวข้องกับโครงการร่วมทุนฉบับสมบูรณ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อวางรากฐานสำหรับการเติบโตและการสร้างมูลค่าในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB